Prompong's profile< เอี่ยม @ ทหารเอกของเจ้...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
August 24 HERO: อัยการคนใหม่มาแล้วครับ (No. 1)เมื่อวันที่ 8 มกราคม เวลา 8 นาฬิกาตรงเป๊ะ (ยืนยันว่าเป๊ะจริงๆ) เหล่าอัยการและตำรวจยาตราทัพ (ใช้คำว่ายาตราทัพ เพราะมากันหลายสิบคนและเดินแถวตอนเรียงสอง) เข้าไปจับกุมสส.มิซากิถึงในบ้านพักของเขาใจกลางกรุงโตเกียว สถานีโทรทัศน์แทรกรายการปกติด้วยการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
อีกด้านหนึ่ง เหล่าอัยการและตำรวจยาตราทัพเข้าตรวจค้นบริษัทของไคโอ เคนเซทสึและขนเอกสารนับร้อยลังไปตรวจสอบ สถานีโทรทัศน์แทรกรายการปกติด้วยการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน อีกมุมหนึ่ง ชายในชุดยีนส์กำลังง่วนกับการทำความสะอาดและขนของเข้าบ้านใหม่ และยกแอปเปิ้ลให้เป็นของกำนัลแก่พนักงานขนของ (มาถึงตรงนี้ผมสันนิษฐานว่า ละครต้องการจะบอกว่าชายคนนี้เพิ่งมาจากอาโอโมริ เพราะที่นั่นแอปเปิ้ลขึ้นชื่อมาก) จากนั้นก็หันมาตบทีวีที่ไม่ทำงาน ก่อนจะสังเกตว่ายังไม่ได้เสียบปลั๊ก จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งซื้อของที่กำลังโฆษณาทางทีวี ชายคนนี้ชื่อคุริว โคเฮ เชื่อเถอะครับ ว่าทั้งหมดที่ผมเล่ามา มันเป็นเรื่องเดียวกัน -- วันรุ่งขึ้น คุริวเข้าสำนักงานแต่เช้า นั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น แต่น่าเสียดายที่ไม่มีอัยการหรือผู้ช่วยอัยการคนไหนคิดว่าเขาเป็นอัยการเลย เมื่อทุกคนเข้ามาถึงในสำนักงานก็ต่างนินทาอัยการคนใหม่ที่พวกเขาไม่เคยเห็นหน้าข้ามหัวคุริวอย่างสนุกปาก ทุกคนต่างพากันคิดว่าเขาเป็นช่างซ่อมทีวี เพราะเขากำลังง่วนอยู่กับการซ่อมทีวี (ด้วยการตบอีกแล้วครับท่าน) และเมื่อมาถึงประเด็นที่ว่า อัยการคนใหม่มาจากอาโอโมริ น่าจะเอาแอปเปิ้ลมาฝาก คุริวก็หยิบตะกร้าแอปเปิ้ลขึ้นมา ทำเอาทุกคนหน้าเหวอไปเลย ทุกท่านคงสงสัยว่า ทำไมเพื่อนร่วมงานของคุริวถึงมีตาหามีแววไม่ มองไม่ออกเชียวหรือว่าคุริวเป็นอัยการคนใหม่ ตอนแรกผมก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขาตาถั่วหรือเปล่า แต่เมื่อมาถึงฉากที่อามามิยะเข้ามาแนะนำตัวกับคุริวในฐานะผู้ช่วยของคุริว ผมก็แน่ใจแล้วว่าพวกเขาไม่ได้ตาถั่ว ไม่มีส่วนไหนในร่างกายของคุริวดูเหมือนอัยการเลยแม้แต่น้อย คุริวมีหน้าตาคมเข้ม ผิวคล้ำเหมือนคนกรำแดด ผมยาวเป็นรากไทร และที่สำคัญคุริวไม่ใส่สูทผูกไทเหมือนอัยการคนอื่น แต่กลับแต่งตัวตามสบาย ใส่เสื้อยืดสกรีนสีขาว กางเกงยีนส์ มีเสื้อนอกยีนส์ผูกอยู่ที่เอว (ทำให้เข็มประดับของอัยการที่อยู่ที่ปกเสื้อไปอยู่ที่เอว) ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามาดูจะเป็นที่รำคาญสายตาของอามามิยะไม่น้อย เมื่ออามามิยะถามว่าคุริวเรียนจบจากมหาวิทยาลัยไหน ก็ได้รับคำตอบชวนอึ้งว่า คุริวไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัย เขาเรียนไม่จบม.ปลายด้วยซ้ำ แต่อาศัยอ่านหนังสือเองจนสอบเข้าเป็นอัยการได้ และแล้วอามามิยะก็หมดความอดทนเมื่อคุริวบอกว่า เขาแต่งตัวแบบนี้มาทำงานเป็นปกติอยู่แล้ว "นอกจากการแต่งตัวของเขาจะแย่มากแล้ว เขายังดูเป็นคนไม่จริงจังและไม่มีเกียรติภูมิของอัยการเลยแม้แต่น้อยค่ะ" อามามิยะวีนแตกใส่หัวหน้าแผนกอุชิมารุ เป็นเรื่องน่าตลก ที่กะเรื่องแค่นี้คนเราด่วนตัดสินกันไปถึงขนาดว่าไม่มีเกียรติภูมิ ผมถึงไม่สงสัยเลยว่าทำไมสังคมถึงมีคนจำพวกโดนคนใส่สูทหลอกได้ง่ายๆ และมียามของมหาวิทยาลัยบางแห่งห้ามนักศึกษาชายใส่กางเกงขาสั้นคลุมเข่าเข้าห้องสมุด แต่ให้นักศึกษาหญิงใส่กระโปรงสั้นเสมอจ_เข้าได้ "อ้าว ก็เมื่อกี้ก่อนจะเจอเขาเธอเพิ่งบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเขาอาจจะเป็นคนดีก็ได้ เธอจะไม่ให้โอกาสเขาหน่อยเหรอ เขาเพิ่งย้ายมาจากอาโอโมริมาประจำที่โตเกียวนี่ แสดงว่าต้องมีฝีมือแหละน่า อดทนไปก่อนละกัน" อุชิมารุตอบไปอย่างนั้น แล้วก็ได้เวลาทำงาน ตอนนี้คดีที่ใหญ่ที่สุดในสำนักงานตอนนี้ซึ่งอัยการทุกคนต้องรับผิดชอบและมีหัวหน้าแผนกเป็นผู้สอบปากคำก็คือคดีที่สส.มิซากิตกเป็นผู้ต้องสงสัยรับเงินสินบนจากไคโอ ทว่ามิซากิมีหลักฐานภาพถ่ายยืนยันชัดเจนว่า ในวันที่เกิดเหตุรับสินบนนั้น เขาและครอบครัวไปล่องเรือยอชท์อยู่กลางมหาสมุทร ภาพถ่ายเป็นภาพที่ถ่ายจากหัวเรือยอชท์และมีสมาชิกทุกคนของครอบครัวอยู่ในรูปรวมทั้งตัวเขาเองด้วย แน่นอนว่ามิซากิอาจจะโกหกแต่เป็นหน้าที่ของอัยการที่จะต้องหาหลักฐานมาหักล้างให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถเอาผิดกับมิซากิได้และก็ต้องปล่อยตัวเขาไป และที่สำคัญสำนักงานอัยการจะเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก โทษฐานจับคนที่ไม่มีความผิด อย่าลืมว่าในกระบวนการยุติธรรมต้องถือว่าผู้ต้องสงสัยนั้นบริสุทธิ์ (สามารถปักตะไคร้ได้ ไม่ใช่โว้ย!!) จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าผิดจริง อัลบัส ดัมเบิลดอร์ก็เคยบอกไว้ (บอกไว้ตอนไหน ใครตอบได้มีรางวัลให้ครับ) ก่อนที่ผมจะเล่าเรื่องไปไกลกว่านี้ มาทบทวนกระบวนการยุติธรรมกันสักหน่อยนะครับ หลังจากที่ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้และทำการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยในเบื้องต้นแล้ว หลักฐานทั้งหมดจะถูกส่งมาที่อัยการและอัยการก็จะสอบปากคำผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติม (โดยปกติแล้วอัยการจะไม่ทำการสืบสวนเองเพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของตำรวจ เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นคดีใหญ่ๆอย่างนักการเมืองทุจริต) จากนั้นอัยการจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าคดีมีมูลหรือไม่ ถ้ามีมูลอัยการก็จะส่งฟ้องต่อศาลและผู้ต้องสงสัยก็จะกลายเป็นผู้ต้องหา ถ้าไม่มีมูลอัยการก็จะสั่งไม่ฟ้องและผู้ต้องสงสัยก็จะถูกปล่อยตัว ในระหว่างสอบปากคำอัยการสามารถขออำนาจฝากขังผู้ต้องสงสัยได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง "คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่พูดและคุณมีสิทธิ์แต่งตั้งทนาย" นี่คือคำพูดที่อัยการต้องพูดกับผู้ต้องสงสัยทุกครั้งก่อนเริ่มสอบปากคำ คราวนี้มาดูคดีที่คุริวดูแลบ้่างดีกว่า มันคือคดีโจรขโมยชุดชั้นในผู้หญิง เรื่องมีอยู่ว่าสาวๆหลายคนแจ้งความกับตำรวจว่าชุดชั้นในที่ตากไว้ถูกขโมยไป เมื่อวันที่ 8 มกราคม (เมื่อวานนี้) ตอน 8 โมงเช้าตำรวจพบเห็นชายคนหนึ่งขี่จักรยานและดึงชุดชั้นในไปจากราวตากผ้า ตำรวจไล่ตามคนร้ายไป คนร้ายทิ้งจักรยานและออกวิ่งลงบันได เลขทะเบียนของจักรยานนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัย และเมื่อไปตรวจค้นบ้านก็พบชุดชั้นในผู้หญิงใช้แล้วจำนวนมาก ดูเหมือนผู้ต้องสงสัยคนนี้จะทำผิดจริงอย่างแน่นอน เพราะตัวผู้ต้องสงสัยก็มีประวัติก่อคดีลวนลามผู้หญิงมาแล้วด้วย "ก็ผมบอกไปแล้วไงว่าจักรยานผมถูกขโมยไปก่อนหน้านั้น" ผู้ต้องสงสัยแก้ตัว "แล้วคุณได้ไปแจ้งตำรวจหรือเปล่า" อามามิยะยิงคำถาม "มันไม่เห็นจะเกี่ยวเลย" ผู้ต้องสงสัยตอบ "คุณนี่โกหกไม่เก่งเลยนะ" อามามิยะว่าต่อ "ผมไม่ได้โกหกนะ ตอนนั้นผมอยู่บ้าน" "พิสูจน์ได้ไหม" "ผมนั่งดูทีวีอยู่" "นั่นไม่เพียงพอหรอก" "ผมอัดวิดีโอไว้ด้วย การ์ตูนเริ่มตอนแปดโมงเช้า ผมอัดทุกวัน" "คุณอาจจะใช้เครื่องตั้งเวลาอัดก็ได้นี่" "ผมใช้เครื่องตั้งเวลาเป็นที่ไหนเล่า" "หยุดโกหกได้แล้ว" อามามิยะขึ้นเสียงพร้อมทุบโต๊ะดังปัง ทำเอาตกอกตกใจกันหมด สำหร้บชุดชั้นในใช้แล้วที่พบในบ้าน ผู้ต้องสงสัยก็บอกว่าเป็นชุดชั้นในที่เขาสั่งซื้อมาจากร้าน "เฉพาะทาง" อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เมื่อคุริวเรียกผู้เสียหายมาให้การ ก็ไม่ปรากฏว่าชุดชั้นในที่พบในห้องของผู้ต้องสงสัยเป็นของผู้เสียหายแต่อย่างใด ("เสื้อชั้นในตัวแค่นี้ไม่พอหน้าอกดิฉันหรอกค่า!") สำหรับใครที่อยากจะร่วมสนุกสักเล็กน้อย ก็ลองพินิจพิเคราะห์ข้อมูลที่ผมว่ามานะครับ ว่ามีตรงไหนน่าสงสัยหรือเปล่า นอกจากรูปลักษณ์ภายนอก ประวัติการศึกษา และท่าทางของคุริวจะขัดใจอามามิยะแล้ว วิธีการทำงานก็ยังขัดใจอามามิยะด้วย กล่าวคือคุริวชอบสอบปากคำแบบสนุกสนาน ทำตัวทะลึ่งตึงตัง (อย่างเช่นเอาชุดชั้นในมาวางไว้ทั่วโต๊ะ หรือเอาชุดชั้นในผู้หญิงมาใส่ทับเหมือน Superman เพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากผู้เสียหายที่เขาเชิญมาให้ปากคำ) พูดไปหัวเราะไป ออกจะยิ้มแย้ม ไม่มีสุขุมคัมภีรภาพเอาเสียเลย (วลีนี้พ่อผมใช้ว่าผมตอนผมเด็กๆ เพราะไม่ว่าผมจะทำอะไรก็ตาม ผมจะสนุกสนานกับมันไปซะทุกเรื่องจนดูเหมือนไม่จริงจัง) ชอบหักหน้าอามามิยะต่อหน้าผู้สงสัย และทำเป็นมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ยอมฟังใครตอนตัวเองกำลังใช้ความคิด (อาจจะเข้าข่าย "ติสท์แตก" มั้งครับ) แล้วก็มีอีกเรื่องที่ขัดใจอามามิยะ (สงสัยชาติที่แล้วอามามิยะคงไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้กับสก๊อตไบรท์ เกิดมาชาตินี้ถึงโดนคุริวขัดใจซะ) ก็คือคุริวชอบทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต เป็นต้นว่าคุริวเป็นคนชอบการสั่งซื้อของทางโทรทัศน์อย่างมาก ล่าสุดก็เพิ่งซื้อเครื่องแกว่งตัว (ผมก็ไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร มันเป็นก้อน 2 ก้อน อันนึงรองที่ก้น อันนึงรองที่ข้อเท้า เวลาเดินเครื่องแล้ว มันจะทำให้ร่างกายส่ายไปส่ายมา) มาใช้ในห้องทำงาน ทำเอาอามามิยะตกอกตกใจอย่างมาก (คงนึกว่าหนอนชาเขียวยักษ์มาคลานเป็นคลื่นตามขวาง*ฝืนธรรมชาติอยู่กลางห้อง) สุดท้ายอามามิยะก็หมดความอดทนจริงๆ ถึงกับไปขอย้ายตัวเองออกจากการเป็นผู้ช่วยของคุริวกับหัวหน้าแผนก แต่ก็โดนยับยั้งไว้ นอกจากจะขัดใจอามามิยะแล้ว คุริวยังพาลไปขัดใจตำรวจด้วย นั่นเพราะคุริวลงไปทำการตรวจค้นด้วยตัวเอง ซึ่งดูเหมือนเป็นการก้าวก่ายงานของตำรวจ (เหมือนเป็นการต่อว่าตำรวจโดยนัยว่าทำงานไม่ได้เรื่อง ต้องให้อัยการลงมาเอง) แถมตอนคุริวตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัย ก็ยังเอาหนังโป๊ของผู้ต้องสงสัยมาเปิดดูแล้วชอบใจ และยึดวิดีโอการ์ตูนทั้งหมดที่ผู้ต้องสงสัยอัดไว้ไปด้วย จนสารวัตรต้องโทรมาฟ้องหัวหน้าแผนก วันรุ่งขึ้นคุริวก็โดนต่อว่าไปตามระเบียบ ถือว่าเป็นโชคดีของคุริว (มั้ง) ที่ได้นาเบะชิมะ รองอธิบดีกรมอัยการมายืนยันให้เบาใจ (มั้ง) ว่านั่นเป็นสไตล์ของคุริวเขาล่ะ แล้วภาพก็ตัดไปที่คุริวกำลังพิจารณาวิดีโอของผู้ต้องสงสัยที่ยึดมาอย่างใจจดใจจ่อ อีกด้านหนึ่ง ทั้งสำนักงานกำลังเครียดอย่างมากเพราะไม่สามารถหาหลักฐานมาหักล้างหลักฐานของมิซากิได้เลย สมาชิกในครอบครัวของมิซากิก็ให้การตรงกันเป๊ะๆ (แหงแซะ ไม่งั้นก็ได้เข้าคุกกันสิครับ) และดูเหมือนคุริวก็วุ่นวายกับคดีเล็กๆนั่นซะเหลือเกิน น่าจะรีบส่งฟ้องให้จบๆไปแล้วจะได้มาช่วยคดีใหญ่ กลับมาที่คุริว ถึงจะโดนต่อว่าแต่คุริวก็ยังไม่เข็ด แอบลงไปตรวจที่เกิดเหตุอีก และก็พบข้อสงสัยอีกข้อว่า ทำไมผู้ต้องสงสัยที่เป็นคนในบริเวณที่เกิดเหตุ รู้จักพื้นที่ดี ถึงทะเล่อทะล่าปั่นจักรยานมาทิ้งไว้ที่หน้าบันได แต่อามามิยะก็ให้เหตุผลว่า เพราะผู้ต้องสงสัยคงตกใจจนลนลานนั่นแหละ และในตอนนั้นมื้อกลางวันนั้นเอง อามามิยะก็เปิดอกกับคุริว "คุณจะส่งฟ้องเขาได้รึยังคะ" "ผมยังงงๆอยู่น่ะ" "ทำไมคุณถึงได้ให้ความสำคัญกับคดีนี้เป็นพิเศษคะ" "ผมทำอย่างนั้นเหรอ" "เป็นอัยการคนอื่นเขาไม่มาเสียเวลามากมายกับคดีเล็กๆแบบนี้หรอกค่ะ" "คดีมีเล็กมีใหญ่ด้วยเหรอ" "ฆ่าคน 1 คนก็ต้องเป็นคดีเล็กกว่าฆ่าคน 10 คนอยู่แล้วล่ะค่ะ ขโมยเงิน 100 เยนก็ต้องเป็นคดีเล็กกว่าขโมยเงิน 5 ล้านเยนอยู่แล้วล่ะค่ะ" "แต่มันก็เป็นอาชญากรรมทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ" พอกินมื้อเที่ยงเสร็จ คุริวก็ไม่ยังยอมกลับสำนักงาน ออกเดินเตร็ดเตร่ไป อามามิยะก็ได้แต่ตามต้อยๆ(ก็เป็นผู้ช่วยนี่นา)จนไปถึงท่าเทียบเรือ คุริวก็ซน ปีนขึ้นไปชมวิวบนเรือยอชท์เฉยเลย แถมลากอามามิยะตามขึ้นไปอีก คุริวไปนั่งที่หัวเรือและมองกลับมาที่ตัวเรือและเล็งมือเป็นกรอบรูป "ภาพถ่ายครอบครัวของมิซากิอาจจะถูกถ่ายจากตรงนี้" "แล้วไงคะ" "ใครเป็นคนถ่ายรูปล่ะ" "ใช้ขาตั้งกล้องก็ได้นี่คะ" "ใช้ขาตั้งกล้องไม่ได้หรอก วันนั้นน่ะลมแรงจะตาย" "จริงด้วย ผู้หญิงทุกคนในรูปยังต้องจับผมไว้เลย" "แล้วกลางทะเลเรือโคลงเคลงขนาดนั้น..." "แสดงว่าต้องมีใครสักคนที่ไม่ใช่คนในครอบครัวอยู่บนเรือด้วยและเป็นคนถ่ายรูป" "เลขา..." "ลาพักค่ะ" "บอดี้การ์ด..." "ลาพักค่ะ" "กัปตันเรือ" "ลูกชายเขาเป็นกัปตันค่ะ...แสดงว่าต้องมีคนอยู่ด้วย (หยิบโทรศัพท์) สวัสดีค่ะ นี่อามามิยะนะคะ ช่วยหยิบรูปที่ถ่ายบนเรือยอชท์มาให้ดูหน่อยได้ไหนคะ" "ใช่ ในรูปลมแรงมาก ไม่มีทางใช้ขาตั้งกล้องได้แน่" อัยการนากามุระตอบที่ปลายสาย "งั้นแสดงว่ามีคนอื่นอยู่บนเรือด้วย เราก็หักล้างหลักฐานของมิซากิได้แล้ว เดี๋ยวดิฉันจะตรวจไปตรวจสอบเรือยอชท์เดี๋ยวนี้แหละค่ะ" "ดีเลย ตอนนี้เธออยู่ไหนเนี่ย" อัยการนากามุระตอบที่ปลายสาย "เอ่อ..." อามามิยะมองไปรอบๆและเพิ่งรู้ตัวว่าไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เพราะได้แต่เดินตามคุริวมาเรื่อยๆ ตอนนี้คุริวก็หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ อามามิยะก็เดินกลับออกมาอย่างทุลักทุเล "เรือยอชท์ของมาซากิจอดอยู่ที่ SUNSET HARBOR และเรือชื่อว่า St Mary" อัยการนากามุระตอบที่ปลายสาย อามามิยะหันไปดูป้ายที่เธอเพิ่งเดินลอดออกมา บนป้ายเขียนว่า SUNSET HARBOR และเธอก็หันไปดูเรือที่เธอกับคุริวเพิ่งปีนขึ้นไปเมื่อกี้ ที่ตัวเรือเขียนไว้ว่า St Mary อามามิยะมองตามคุริวไปด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป -- เย็นวันนั้นทั้งสำนักงานดีใจกันใหญ่ ทุกคนชื่นชมฝีมือการสืบสวน"ของอามามิยะ" ("ฝีมือหยั่งกะอัยการสืบสวนเองเลยนะเนี่ย") เพราะในที่สุดมิซากิก็ยอมสารภาพด้วยจำนนต่อหลักฐาน "แล้วอัยการคุริวไปไหนล่ะคะ" อามามิยะถามหัวหน้าแผนก "กลับไปแล้วล่ะ เขาเพิ่งขอให้ผมเซ็นอนุมัติสั่งไม่ฟ้องไปเมื่อกี้เอง คดีโจรขโมยชุดชั้นในน่ะ" หัวหน้าแผนกตอบ "เขาคิดอะไรของเขาก็ไม่รู้" อัยการเองามิเปรย "ช่างเถอะ ผมต้องไปแถลงข่าวแล้ว อย่าลืมอัดวิดีโอให้ด้วยนะ พวกเราทำสำเร็จแล้ว!" หัวหน้าแผนกตอบ แล้วทุกคนก็ทิ้งอามามิยะไว้ในสำนักงาน อามามิยะหยิบวิดีโอบันทึกการเข้าจับกุมมิซากิและไคโอเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่คุริวดูก่อนกลับมาดู ภาพที่เห็นก็คือการถ่ายทอดสดกินเวลา 5 นาทีและรายการปกติซึ่งก็คือการ์ตูนที่ผู้ต้องสงสัยอัดไว้ทุกเช้าก็มาตอน 8 โมง 5 นาที ช้ากว่าปกติไป 5 นาที จากนั้นตำรวจก็เข้ามาแจ้งข่าวดีว่าสามารถจับตัวคนร้ายขโมยชุดชั้นในตัวจริงได้แล้ว โดยตำรวจได้เอาเครื่องส่งสัญญาณเตือนภัยไปติดไว้กับชุดชั้นในที่ตากไว้ตามคำแนะนำของคุริว เมื่อโจรตัวจริงมาดึงก็เกิดเสียงดัง คุณตำรวจก็จากไป แล้วภาพความทรงจำของอามามิยะก็เล่นย้อนกลับ ...จริงๆแล้วคุริวสืบสวนคดีรับสินบนของมิซากิตามวิธีของเขา ถึงขนาดเดินไปตรวจเรือยอชท์ด้วยตัวเอง ไม่ได้เดินเล่นเรื่อยเปื่อยอย่างที่อามามิยะเข้าใจ ...จริงๆแล้วคุริวไม่ได้ยึดวิดีโอการ์ตูนที่ผู้ต้องสงสัยอัดไว้เพื่อมาดูแค่สนุกๆ แต่มันเป็นหลักฐานยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยไม่ได้ใช้เครื่องตั้งเวลาอัด เพราะตอนเริ่มต้นการอัดของเมื่อวันที่ 8 มกราคม ผู้ต้องสงสัยเริ่มอัดที่การ์ตูนเลย ถ้าผู้ต้องสงสัยใช้เครื่องตั้งเวลาอัด ต้องมีภาพการถ่ายทอดสดติดเข้ามา ถ้าคุริวไม่ลงไปตรวจค้นด้วยตัวเอง ก็คงไม่ได้หลักฐานชิ้นนี้มา ...ก็เพราะคุริวชวนสาวๆผู้เสียหายคุยอย่างสนุกสนานนี่แหละ ทำให้สาวๆเอาเครื่องส่งสัญญาณเตือนภัยให้คุริวดู จนคุริวได้ความคิดเอาไปใช้จับคนร้ายตัวจริง ...ก็เพราะคุริวลงไปตรวจที่เกิดเหตุด้วยตัวเองนี่แหละ ที่ทำให้คุริวยิ่งมั่นใจว่าผู้ต้องสงสัยไม่ใช่คนร้าย ...คุริวนี่แหละ ที่สามารถไขคดีทั้งสองคดีได้ภายในเวลาแค่สองวัน ถึงเวลานี้คงไม่ใช่เรื่องเกินจริงแล้ว ถ้าจะเรียกคุริวว่า ฮีโร่ แล้วเย็นวันนี้ทุกคนในสำนักงานก็ดีใจกับผลงานของตัวเอง(?) จนลืมไปว่าวันนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับคุริว อัยการคนใหม่ ยกเว้นอามามิยะ... เอี่ยม 23/8/2552 *คลื่นแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือคลื่นตามยาวและคลื่นตามขวาง คลื่นตามยาวคือคลื่นที่มีทิศทางการสั่นขนานกับทิศทางของคลื่น เช่นคลื่นเสียง คลื่นตามขวางคือคลื่นที่มีทิศทางการสั่นตั้งฉากกับทิศทางของคลื่น เช่นคลื่นเชือก มีวิธีอธิบายให้เห็นภาพง่ายกว่านั้นก็คือ หนอนชาเขียวหรือหนอนอะไรก็แล้วแต่เคลื่อนที่แบบคลื่นตามยาว ถ้าเราขีดชอล์กให้หนอนคลานตาม หนอนจะลบเส้นชอล์กจนหมด ส่วนงูนั้นเคลื่อนที่แบบคลื่นตามขวาง งูจะไม่ลบเส้นชอล์กจนหมดแต่จะลบเป็นหลินปิง (เอ้ย!) หลินฮุ่ย (เอ้ย!) ช่วงๆ (เอ้ย!) ถูกแล้ว!! (จะจบก็ยังตลกอีกเนอะ) Comments (1)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://prompong.spaces.live.com/blog/cns!529CFB8EF8B6A4FC!411.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|